Nipat's profilemärrygänPhotosBlogListsMore Tools Help

märrygän

แหล่งคลายเครียดของแมรี่แกน

Nipat Kunvutipongsak

Occupation
Location
Interests
ไม่มี ปล่อยให้ตัวเราลึกลับต่อไป งิงิ
บทความแนะนำ
No list items have been added yet.

Previous Entries

Loading...Loading...

Calendar

Loading...
There are no photo albums.

My Mood Clock

Loading...

Windows Media Player

Video

~no suggestion now~
Try to listen
by 

My Country

Loading...

Weather

Loading...

Horoscopes - ดูดวง

Loading...

Quote of the Day

Loading...

Stock Quote

Loading...

Welcome all,






Did you ever know?

That I had my mind on you.

ICEz

ประกาศ ใครเห็น Window Media Player Module ใน space นี้ช่วยแจ้งด้วย มีรางวัลนำจับให้อย่างงาม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
k00ngwrote:
ไหนใครหน้าตาดี
 
ไปทำไรในสเปซช้านนนนนน   คุงไอซซซซซซซซซซซซซ  ซี่!!!
Jan. 26
k00ngwrote:
ไอซซซซซซซซซซซซซซซ  แอบอ่านด้วยเหรอเนี่ย  โอ้วววววววว
 
เด๋วแกก็ระวังให้ดี อาจจะมีนินทาแกในบลอกกุ้งได้  ฮ่า ๆ
ในฐานะเพื่อนไอซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ  ที่เป็นเพื่อนที่น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก  ที่สุดในโลกเลย ^^
ฮ่า ๆๆๆ
นินทายังไงเด๋วก็รู้  ฮ่าๆๆๆๆ  หัวเราะข่มขู่ไว้ก่อน  ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
Jan. 18
BeBeewrote:
ชอคโกแลตจิงด้วย
จะเอาไฟเผาให้ละลายเป็นโกโก้ร้อน 
Sept. 10
มุส สะ ลีนน (Musalin)
 
แก ล้อ ทรง ผม เรา
 
ฮือ! ฮือ!
 
Crying 
Sept. 3
Dr.DreKwrote:
กรี๊สสสสสส
 
นิแพท แนวที่สุดในสากกลโลก คร๊า
 
 
กรี๊สสสสส 
Sept. 3
หึๆๆ สเปสสีช็อกโกแลตหรอ น่ากินๆ 555+ ว่าแ้ล้วก็ไปกินดีกั่ว 555
Aug. 30
kwang: ice กินข้าวรึยัง ice: ยัง kwang: โดนทิ้ง55555
Aug. 10
Mallika Sa_iwrote:
นี่ อี ไอซ์ ชั้นเพิ่งเห็นคอมเม้นแกใน space ปูเป้ ห้ามมาว่านะยะ
เพราะว่าชั้นอยู่กล่มเดียวกะมัน 5555 ชันมี ปล ถึงแกในนั้น ไปอ่านซะ อิอิ
Aug. 9
k00ngwrote:
แป่ว...!!!    แลบลิ้น 
Aug. 8
เนย...มันทรยศเรา มันทิ้งเรา เราอยากกินบุฟเฟ่ห์อ๊ะ!
 
July 5
ทำ Guest book ม่ายเปงอ่ะอยากทำบ้างอ่ะ
มาแอ่วนะไอ๊...........
แกระวังเนยหลอกไปทำมิดีมิร้ายนะพรุ่งนี้อ่ะ ระวังเนยนะแก.....เหอๆๆๆ
June 29
Quote From YiM:

ต่อปายจะโยน tag ต่อละ กฎง่าย ๆ นะคนที่โดนโยนอะ ต้องเล่าเรื่องที่ชาวบ้านเค้าไม่ค่อยรู้ และชาวบ้านเค้าอยากรู้มา 5 เรื่อง แล้วโยนต่อไปอีก 5 คน หุหุ

คือรับ Tag มาแล้ว แต่ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรอ่ะนะ ไม่ต้องน้อยใจนะยิ้ม ไว้ครบรอบ 1 ปี Aniversary: receive Tag แล้วจะโยนให้คนอื่นล่ะกัน 555+

June 9
Spaces ข้าพเจ้าเปิดมา 1 หรือ 2 ปีนี่แหละ ไม่แน่ใจ แต่เพิ่งมี Guest Book
 
ใตรมาเยี่ยมแล้วต้องการจะบอกอะไร ก็เอาเลย
 
ตามนั้น
May 28
June 21

Surprise

เรื่องที่เจ็บใจมากอย่างหนึ่งในประเภทของความบังเอิญนั่นก็คือ การเจอคนรู้จักในวันที่ไม่อยากให้เจอมากที่สุด

อ่ะ อ่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับความรัก หรือแนวอกหักหรอกนะ เรื่องมีอยู่ว่า แมรี่แกนชอบเจอคนรู้จักในวันที่แต่งตัวแย่ หรือไม่อยู่ในสถานภาพ หรือสถานการณ์ที่อยากเจอคนรู้จัก

ยกตัวอย่างเช่น

ไปเดินเล่นๆ ที่ฟอร์จูนทาวน์ แต่งตัวแบบสบายมากกกก เสื้อยืดขาดๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ดันไปเจอเพื่อนและแฟนเพื่อน ทักทายกันเรียบร้อย ก็ไปกิน MK ด้วยกัน ให้อารมณ์ราวกับสองสามีภรรยาผู้ใจบุญกำลังอุปถัมภ์ยาจกน่าสงสารอยู่

ไป 7-11 ข้างบ้าน เสื้อขาดๆ กางเกงขานั้น รองเท้าแตะ เนื่องจากในบ้านไฟดับเลยกะว่าจะไปหาของกินแล้วก็เช่าวีซีดีแถวๆ 7-11 นอกบ้าน ก็ดันเจอเพื่อน ในสภาพโทรมสุดขีด แล้วเพื่อนที่แสนดีคนนั้นก็อยู่เป็นเพื่อนให้เราทำภารกิจจนเสร็จ ซาบซึ้งในมิตรภาพ และอายไปพร้อมกัน

ไปตีแบตฯ กับเพื่อน ด้วยความที่รีบมาก เลยรีบๆ อาบน้ำ ไม่สระผม แต่งตัวแบบว่าพร้อมตีแบตเต็มที่ เสื้อยืด กางเกงขานั้น รองเท้าผ้าใบ ที่สำคัญหัวมันมาก ไปยืนรอเพื่อนอีกคนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วก็เจอรุ่นน้องหันมาทักทาย คิดจะทำเนียนไม่รู้จักแต่ก็ไำด้แต่คิด เป็นอันว่าก็คุยๆ กันตามประสาพี่น้อง แต่ในใจก็พยายามคิดว่า เรื่องนี้แพร่งพรายไปที่บุคคลที่สามอย่างแน่นอน

ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ไปตีแบต ด้วยอารมณ์ว่าเหนื่อยมาก ตีแบตเสร็จก็รีบๆ ใส่เสื้อเตรียมกลับบ้าน อันนี้เจ็บใจมาก เพราะว่าตอนกลับก็เดินกลับไปกับเพื่อน ก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งแยกย้ายกันนั่งรถเมล์ ที่เมเจอร์รัชโยธิน (มีผู้พบเห็นกว่าสิบชีวิต) แล้วสังเกตเห็นเงาตัวเองในกระจก เอ๊ะ ลายเสื้อแปลกๆ อึ้งไปประมาณ 5 วินาที เพิ่งรู้ตัวว่า กำลังใส่เสื้อกลับตะเข็บอยู่ พอได้สติลงจากรถ โทรไปต่อว่าเพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ถามว่าทำไมไม่เตือนกันเลย เพื่อนบอกว่า นึกว่ามันเป็นแฟชั่น เห็นยี่ห้อมันกลับหลัง ก็โวยวายไปพอให้เพื่อนรู้สึกผิด แมรี่แกนจะได้ไม่ตกเป็นจำเลยตลอดไป ต่อจากนั้นก็เลยกะว่าจะแก้ปัญหาด้วยการไปที่ห้องน้ำแถวนั้นเพื่อทำให้เป็นปรกติ (ตอนนั้นอยู่แถวๆ เซ็นทรัลลาดพร้าว) แต่ว่าเหนื่อยมาก ขึ้นบันไดไปไม่ไหวแล้ว เลยนั่งรถไฟใต้ดินยาวไปถึงฟอร์จูนทาวน์แทน เพื่อไปเปลี่ยนชุดที่นั่น ซักพักลงไปที่ชานชาลาก็มีเสียงเรียก พี่ไอซ์!!!! ใจหายวาบเลยทีเดียว เลยแก้เขินด้วยการสารภาพบาปกับน้องๆ ด้วยเสียงอ่อยๆ ว่า พี่ใส่เสื้อกลับด้านหน่ะ พร้อมทำท่าอายเล็กน้อยพองาม ถือคติว่า เม๊าท์ตรงหน้าไปเลย ถ้าจะไปเม๊าท์ต่อลับหลังจะได้ไม่รู้สึก เพราะ ไหนๆ ก็เสียภาพพจน์ไปแล้ว ไม่แคร์สื่ออีกต่อไป โฮะๆ

มาวิเคราะห์ดูแล้ว ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นคือ ตีแบตฯ และฟอร์จูนทาวน์ โดยเฉพาะเคสที่เกิดหลังสุดนี่เฮี้ยนมาก ใครจะไปตีแบต แล้วไปฟอร์จูนต่อ กรุณาสำรวจความพร้อมให้เรียบร้อยนะ


ด้วยความหวังดี Crying

May 26

เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนดี?

ช่วงนี้รู้สึกว่า Spaces ใช้ยากๆ บอกไม่ถูก

จะย้ายทำเลดีม่ะ?
May 23

Not a real thing.

Why?
You remind me so much of Dios when I loved him.
But you can never be my prince. Because you're a girl.

I try to be the sun but the truth is  I'm just the moon.
Although I can shine but that's not mine.
May 02

ระลึก

ทำไม spaces นับวันยิ่งใช้ยากขึ้น.. (จริงๆ แล้วหาเรื่องอู้มากกว่า 555+)

หากใครยังไม่รู้ ตอนนี้แมรี่แกนทำงานมาได้ครึ่งปีกว่าๆ แล้ว ชีวิตการทำงานมันช่าง...เหนื่อยจัง แต่มันก็มีอะไรให้ทำตลอดเวลา เสียอย่างเดียว ไม่สามารถตามใจตัวเองได้เหมือนก่อน และตามธรรมเนียม พอเราได้ก้าวเข้าสู่ช่วงวัยใหม่ (ช่างเป็นคำพูดที่ให้อารมณ์ประมาณว่าเป็นวงจรชีวิตของคนอะไรซักอย่าง ที่เริ่มต้นด้วย ทารก -> อนุบาล -> ประถม ->มัธยมต้น -> ... -> แก่ -> ตาย)

ก็มักจะมีความคิดว่า โอ๊ย อยากกลับไปเป็นแบบเก่าจังเลย ยกตัวอย่างเช่น
  • ตอนอยู่มัธยมปลาย จะเครียดเรื่อง Entrance มั๊ง เบื่อเรียน ร.ด. มั๊ง ก็จะมีเสียงบ่นว่า อยากกลับไปอยู่มัธยมต้นจัง
  • ตอนเข้ามหาลัย ทำไมเครียดเรื่องเกรดจัง การแข่งขันก็สูง หาเพื่อนจริงใจยาก ว่าแล้วก็ อยากกลับไปอยู่มัธยมปลายจัง
  • ตอนทำงานแล้ว โอยงานเยอะ งานหนัก เครียดเรื่องเพื่อนร่วมงาน เจ้านายบ่น แล้วจิตใต้สำนึกก็จะบอกกับเราว่า อยากกลับไปเรียนมหาลัยจัง
  • bla bla bla
เราก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกอย่างนั้น แต่ชีวิตมันคือการเปลี่ยนแปลงนั่นแหละ แล้วยิ่งต้องเผชิญกับอะไรที่มันรู้สึกว่าแย่กว่าเดิม ก็มักจะรู้สึกว่า อดีตนั้นมันหอมหวานเหลือเกิน อยากจะให้คงอยู่แบบนั้นตลอดไป

จำได้ว่าตอนช่วงเปลี่ยนจากมัธยมต้น เป็นมัธยมปลาย เห็นเพื่อนบางคนร้องห่มร้องไห้กัน ไอ้เราหน่ะเฉยๆ หรอก เพราะมีลางสังหรณ์ว่าจะสอบเข้าเตรียมอุดม ไม่ติด แล้วก็สมใจอยาก กลับมาเจอเพื่อนเดิมๆ ตอนม.ปลาย แล้วไอ้ที่ร้องห่มร้องไห้กันนั่นมันอะไร!! คิดแล้วก็ขำ (ความจริงกลบเกลื่อนประเด็นที่สอบเข้าเตรียมอุดมไม่ติด ฮิฮิ)

แล้วตอนเข้ามหาลัย ช่วงนั้นไม่ได้เครียดหรอก แต่รู้สึกว่า เพื่อนที่มันเคยเดินตอนม. ปลายด้วยกันนี่มันหายไปหมดเลย มันเหมือนจะต้องมาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ช่วงปี 1 ปี 2 นี่แบบโทรหาเพื่อนม.ปลายตลอด สัปดาห์นึง เวียนๆ กันคนโน๊นมั๊ง คนนี้มั๊ง จนกระทั่งปีสี่นั่นแหละ ที่กลายเป็นว่าไปกับเพื่อนมหาลัยมากกว่า เริ่มปล่อยของได้ อะไรแบบนี้

และแล้ว ต่างคนก็ต่างหางานทำ อันนี้เศร้าของจริง คือ ช่วงทำงานนี่คือการที่แต่ละคนโดนขโมยเวลาที่จะไำด้พบกันไปอย่างสิ้นเชิง คนที่ทำงานแล้วจะรู้สึกได้ เพราะว่าเวลาจะนัดเจอกันนี่แบบว่ายากมาก ไอ้โน๊นติดงานนี้ ไอ้นี่งานเข้า ไอ้นั่นมันไปกับแฟน มันไม่สนใจเพื่อนมันอีกแล้ว!!! อะไรประมาณนี้ (ส่วนพวกที่ยืมเงินแล้วพอโทรหาแล้วก็ไม่รับสาย อันนี้เป็นคนละกรณีกับ case ด้านบน)

step ต่อไปคืออะไร "แต่งงาน" สินะ คลับคล้ายคลับคลาว่า สิ่งที่หายไปคือ อิสระ...ใช่รึเปล่า?

Open-mouthed

February 15

จุดวิกฤติของนักเวทย์

จั่วหัวด้วยความเกรียนมาแต่ไกล...(entry นี้ต้องนึกภาพประกอบนิดนึง)
เคยเล่นเกมป่ะ เกมออกแนวสู้ๆ แบบโบราณๆ มันจะมีนักรบ กับนักเวทย์ให้เล่น

คือเป็นคนชอบพวกเวทมนตร์มาตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกว่าถ้าเกมมันมีคาแรกเตอร์ให้เลือกแล้วมีสาย int หรือออกแนวพ่อมด หรือว่ามีเวทย์ให้ใช้ ก็จะเลือกสายนั้นอย่างไม่ลังเล เพราะมันดูเท่ห์ดี

แต่เล่นทีไร อ่อน และตายเร็วมาก จนพักหลังเริ่มคิดว่า ปัญหามันเกิดที่อะไร(ว่ะ?)

ประเด็นแรก ด้วยความที่สมัยก่อนเวทย์รุนแรงเกินไป เลยปรับให้เกมสมดุลด้วยการลดอะไรบางอย่าง เช่น
  • เกม Ragnarok สมัยก่อน mage กับ wizard นี่แบบว่ายังไม่มี delay เวอร์ เวทย์มีความรุนแรง ตอนหลังถูกริบความสามารถนี้หมด ดังนั้น สิ่งที่จอมเวทย์อย่างเราต้องฝึกคือ  skill เวทย์ต่างๆ  step เท้า!! ใช่แล้ว เอาง่ายๆ ว่าเวทย์ต่างๆ มันก็มีหลักสูตรตายตัว ไม่คุณใช้สายไฟ ก็สายน้ำ+ลม คุณไม่มีทางเก่งด้วยการใช้ combo skill low level อย่างละนิดอย่างละหน่อยมั่วซั่ว ปรกติก็ต้องใช้เวทย์สายหลักอัพ skill เต็ม 10 แล้วจัดการ monster นอกจากมีสกิลหลากหลายไว้ใช้จิปาฐะใน Guild War เนื่องจากไม่รู้ว่าไอ้คนที่จะเข้ามาจัดการนี่มันจะมาไม้ไหน แต่หลังจากถูกลดความสามารถลง เวทย์ต่างๆ ห่วยลง จนคุณไม่สามารถจินตนาการว่า ขณะนี้คุณเป็นจอมเวทย์ผู้สูงส่งที่กำลังท่องคาถามหาเวทย์อะไรซักอย่าง แล้วพอร่ายเวทย์จบ ชัยชนะก็จะเป็นของคุณ หึหึ เสียใจ ตอนนี้คุณไม่สามารถพึ่งพา skill ที่เกมมีให้ได้อีกต่อไปร่ายเวทย์จบ ศัตรูของคุณจะไม่จบแน่นอน ดังนั้น skill step เท้า จึงเป็น external skill เพื่อความอยู่รอดของ wizard ทุกคน (จังหวะ walz หรือ moonwalk ไม่ได้ส่งผลต่อความอยู่รอดของคุณมากเท่าไหร่นัก)
  • เกม Hero of Might and Magic V เลือกที่จะเล่นเผ่า Dungeon ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นเผ่าที่ใช้เวทย์ Destruction ได้ทรงประสิทธิภาพไำด้มากที่สุดในบรรดาทุกเ่ผ่า ตามมาด้วย bug อย่างหนึ่งคือ ไม่สามารถใช้ Empower Magic แล้วขึ้น Wizard's Lucky ได้ นอกจากนี้อัตราการเกิดของประชากรเผ่า Dungeon ต่ำมากที่สุด คือพูดง่ายๆ ว่า เวทมนตร์จะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก(เพียงชั่วคราว) ให้กับคุณ แต่หลังจากนั้น คุณต้องพึ่งพากำลังกองทัพคุณเอง จำได้ว่าเคยอ่านในบอร์ดเมืองนอกสิ่งที่บังคับให้คนที่ชอบเผ่า Dungeon เล่นต้องมีคือ int ของตัวผู้เล่นเองนั่นแหละ เพราะค่า knowledge กับ spell power ของเกมที่จะทำให้ร่ายเวทย์ได้นานๆ และแรงๆ ไม่ไำด้ช่วยอะไรเท่าไหร่ (ฮา...กริบ) แต่ด้วยใจชอบก็เลยเล่นต่อไปจนกระทั่ง ชะตากรรมให้ต้องไปสู้กับทัพใหญ่ก่อนจะตีเมืองสุดท้ายเพื่อที่จะชนะล่ะ เวทมนตร์ของเราช่วยให้ผมสามารถสู้กับทัพที่ใหญ่กว่าได้ ด้วยกำลังที่น้อยกว่า แต่ว่าก็เกือบดับ ร่อแร่ไปทั้งทัพ สุดท้ายเจอทัพจากเมืองสุดท้ายนั่นแหละตีกลับ แล้วอารมณ์ว่าเผ่าสุดท้ายเป็น Necromancer ที่ปลุกศพได้ กองทัพเราทั้งทัพรวมกันยังสู้ตัวกระจอกสุดมันไม่ได้เลย แล้ว mana หมดจากครั้งก่อน ก็ชนะแหละ แต่ด้วยสภาพเป็นศพของ Necromancer ต่อที่มันมายึดเมืองเรากลับ แล้วจบไง (จริงๆ คือแพ้ ฮ่าๆ)
ดังนั้นจำเอาไว้ นักเวทย์มักจะ require hidden skill มากกว่าปรกติเสมอ

ประเด็นต่อมา ความไม่ fair ตัวอย่างเช่น
  • แน่นอนว่าชุดเกราะของพวกนักเวทย์คือ เสื้อคลุม ดังนั้นจึงให้พวกนักรบต่างๆ ที่มันสามารถใส่เกราะถึกๆ ไปอยู่ข้างหน้าประจันกับ monster ไอ้เราก็ร่ายเวทย์อัดศัตรูช่วย พอเวทย์ดอกแรกโดนมันปุ๊บ มันรีบวิ่งมาจัดการเรา แทนที่จะสนใจอีพวกถึกๆ ข้างหน้า ผลคือ..กลับจุด save ส่วนพวกถึกก็เก็บของที่ drop จากระหว่างการจัดการ monster ที่กำลังมุ่งความสนใจมาทางจอมเวทย์บอบบางเสื้อคลุมพริ้วไหวอย่างเรา y_y
  • ไม่งั้นถ้าล้มมันได้แล้วเราไม่ตาย ยังไงก็ต้องอาศัยความว่องไวจากการวิ่งเข้าไปเก็บของที่ drop ที่อยู่ใต้เท้าของพวกถึก!! บางครั้งความละโมบหน้ามืดวิ่งไปเก็บในขณะที่ monster อีกตัวยังไม่ตาย เราก็วิ่งเข้าไปตายแทนด้วยการเก็บของ drop จากตัวแรกที่ตายไป แล้วโดนลูกหลงของ monster อีกตัวอย่างอเน็จอนาถ
บ่นมากมาย แต่ยังไงก็ยัง royalty กับ character ประเภทนี้อยู่นะ จะมี staff หรือ robe มาเป็นรางวัลปลอบใจมั๊งมั๊ย แม้ว่าตัวจริงจะดูเหมาะกับอะไรถึกๆ 55+

ปล. มันจะมีบรรดาผู้ผลิดเกมรับประเด็นนี้ไปพิจารณาปรับสมดุลมั๊ยอ่ะ?



 
No folders have been shared yet.