Nipat's profilemärrygänPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
märrygänแหล่งคลายเครียดของแมรี่แกน |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
บทความแนะนำ
|
ประกาศ ใครเห็น Window Media Player Module ใน space นี้ช่วยแจ้งด้วย มีรางวัลนำจับให้อย่างงาม!
June 21 Surprise เรื่องที่เจ็บใจมากอย่างหนึ่งในประเภทของความบังเอิญนั่นก็คือ การเจอคนรู้จักในวันที่ไม่อยากให้เจอมากที่สุด อ่ะ อ่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับความรัก หรือแนวอกหักหรอกนะ เรื่องมีอยู่ว่า แมรี่แกนชอบเจอคนรู้จักในวันที่แต่งตัวแย่ หรือไม่อยู่ในสถานภาพ หรือสถานการณ์ที่อยากเจอคนรู้จัก ยกตัวอย่างเช่น ไปเดินเล่นๆ ที่ฟอร์จูนทาวน์ แต่งตัวแบบสบายมากกกก เสื้อยืดขาดๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ดันไปเจอเพื่อนและแฟนเพื่อน ทักทายกันเรียบร้อย ก็ไปกิน MK ด้วยกัน ให้อารมณ์ราวกับสองสามีภรรยาผู้ใจบุญกำลังอุปถัมภ์ยาจกน่าสงสารอยู่ ไป 7-11 ข้างบ้าน เสื้อขาดๆ กางเกงขานั้น รองเท้าแตะ เนื่องจากในบ้านไฟดับเลยกะว่าจะไปหาของกินแล้วก็เช่าวีซีดีแถวๆ 7-11 นอกบ้าน ก็ดันเจอเพื่อน ในสภาพโทรมสุดขีด แล้วเพื่อนที่แสนดีคนนั้นก็อยู่เป็นเพื่อนให้เราทำภารกิจจนเสร็จ ซาบซึ้งในมิตรภาพ และอายไปพร้อมกัน ไปตีแบตฯ กับเพื่อน ด้วยความที่รีบมาก เลยรีบๆ อาบน้ำ ไม่สระผม แต่งตัวแบบว่าพร้อมตีแบตเต็มที่ เสื้อยืด กางเกงขานั้น รองเท้าผ้าใบ ที่สำคัญหัวมันมาก ไปยืนรอเพื่อนอีกคนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วก็เจอรุ่นน้องหันมาทักทาย คิดจะทำเนียนไม่รู้จักแต่ก็ไำด้แต่คิด เป็นอันว่าก็คุยๆ กันตามประสาพี่น้อง แต่ในใจก็พยายามคิดว่า เรื่องนี้แพร่งพรายไปที่บุคคลที่สามอย่างแน่นอน ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ไปตีแบต ด้วยอารมณ์ว่าเหนื่อยมาก ตีแบตเสร็จก็รีบๆ ใส่เสื้อเตรียมกลับบ้าน อันนี้เจ็บใจมาก เพราะว่าตอนกลับก็เดินกลับไปกับเพื่อน ก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งแยกย้ายกันนั่งรถเมล์ ที่เมเจอร์รัชโยธิน (มีผู้พบเห็นกว่าสิบชีวิต) แล้วสังเกตเห็นเงาตัวเองในกระจก เอ๊ะ ลายเสื้อแปลกๆ อึ้งไปประมาณ 5 วินาที เพิ่งรู้ตัวว่า กำลังใส่เสื้อกลับตะเข็บอยู่ พอได้สติลงจากรถ โทรไปต่อว่าเพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ถามว่าทำไมไม่เตือนกันเลย เพื่อนบอกว่า นึกว่ามันเป็นแฟชั่น เห็นยี่ห้อมันกลับหลัง ก็โวยวายไปพอให้เพื่อนรู้สึกผิด แมรี่แกนจะได้ไม่ตกเป็นจำเลยตลอดไป ต่อจากนั้นก็เลยกะว่าจะแก้ปัญหาด้วยการไปที่ห้องน้ำแถวนั้นเพื่อทำให้เป็นปรกติ (ตอนนั้นอยู่แถวๆ เซ็นทรัลลาดพร้าว) แต่ว่าเหนื่อยมาก ขึ้นบันไดไปไม่ไหวแล้ว เลยนั่งรถไฟใต้ดินยาวไปถึงฟอร์จูนทาวน์แทน เพื่อไปเปลี่ยนชุดที่นั่น ซักพักลงไปที่ชานชาลาก็มีเสียงเรียก พี่ไอซ์!!!! ใจหายวาบเลยทีเดียว เลยแก้เขินด้วยการสารภาพบาปกับน้องๆ ด้วยเสียงอ่อยๆ ว่า พี่ใส่เสื้อกลับด้านหน่ะ พร้อมทำท่าอายเล็กน้อยพองาม ถือคติว่า เม๊าท์ตรงหน้าไปเลย ถ้าจะไปเม๊าท์ต่อลับหลังจะได้ไม่รู้สึก เพราะ ไหนๆ ก็เสียภาพพจน์ไปแล้ว ไม่แคร์สื่ออีกต่อไป โฮะๆ มาวิเคราะห์ดูแล้ว ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นคือ ตีแบตฯ และฟอร์จูนทาวน์ โดยเฉพาะเคสที่เกิดหลังสุดนี่เฮี้ยนมาก ใครจะไปตีแบต แล้วไปฟอร์จูนต่อ กรุณาสำรวจความพร้อมให้เรียบร้อยนะ ด้วยความหวังดี May 23 Not a real thing.Why? You remind me so much of Dios when I loved him. But you can never be my prince. Because you're a girl. I try to be the sun but the truth is I'm just the moon. Although I can shine but that's not mine. May 02 ระลึก ทำไม spaces นับวันยิ่งใช้ยากขึ้น.. (จริงๆ แล้วหาเรื่องอู้มากกว่า 555+) หากใครยังไม่รู้ ตอนนี้แมรี่แกนทำงานมาได้ครึ่งปีกว่าๆ แล้ว ชีวิตการทำงานมันช่าง...เหนื่อยจัง แต่มันก็มีอะไรให้ทำตลอดเวลา เสียอย่างเดียว ไม่สามารถตามใจตัวเองได้เหมือนก่อน และตามธรรมเนียม พอเราได้ก้าวเข้าสู่ช่วงวัยใหม่ (ช่างเป็นคำพูดที่ให้อารมณ์ประมาณว่าเป็นวงจรชีวิตของคนอะไรซักอย่าง ที่เริ่มต้นด้วย ทารก -> อนุบาล -> ประถม ->มัธยมต้น -> ... -> แก่ -> ตาย) ก็มักจะมีความคิดว่า โอ๊ย อยากกลับไปเป็นแบบเก่าจังเลย ยกตัวอย่างเช่น
จำได้ว่าตอนช่วงเปลี่ยนจากมัธยมต้น เป็นมัธยมปลาย เห็นเพื่อนบางคนร้องห่มร้องไห้กัน ไอ้เราหน่ะเฉยๆ หรอก เพราะมีลางสังหรณ์ว่าจะสอบเข้าเตรียมอุดม ไม่ติด แล้วก็สมใจอยาก กลับมาเจอเพื่อนเดิมๆ ตอนม.ปลาย แล้วไอ้ที่ร้องห่มร้องไห้กันนั่นมันอะไร!! คิดแล้วก็ขำ (ความจริงกลบเกลื่อนประเด็นที่สอบเข้าเตรียมอุดมไม่ติด ฮิฮิ) แล้วตอนเข้ามหาลัย ช่วงนั้นไม่ได้เครียดหรอก แต่รู้สึกว่า เพื่อนที่มันเคยเดินตอนม. ปลายด้วยกันนี่มันหายไปหมดเลย มันเหมือนจะต้องมาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ช่วงปี 1 ปี 2 นี่แบบโทรหาเพื่อนม.ปลายตลอด สัปดาห์นึง เวียนๆ กันคนโน๊นมั๊ง คนนี้มั๊ง จนกระทั่งปีสี่นั่นแหละ ที่กลายเป็นว่าไปกับเพื่อนมหาลัยมากกว่า เริ่มปล่อยของได้ อะไรแบบนี้ และแล้ว ต่างคนก็ต่างหางานทำ อันนี้เศร้าของจริง คือ ช่วงทำงานนี่คือการที่แต่ละคนโดนขโมยเวลาที่จะไำด้พบกันไปอย่างสิ้นเชิง คนที่ทำงานแล้วจะรู้สึกได้ เพราะว่าเวลาจะนัดเจอกันนี่แบบว่ายากมาก ไอ้โน๊นติดงานนี้ ไอ้นี่งานเข้า ไอ้นั่นมันไปกับแฟน มันไม่สนใจเพื่อนมันอีกแล้ว!!! อะไรประมาณนี้ (ส่วนพวกที่ยืมเงินแล้วพอโทรหาแล้วก็ไม่รับสาย อันนี้เป็นคนละกรณีกับ case ด้านบน) step ต่อไปคืออะไร "แต่งงาน" สินะ คลับคล้ายคลับคลาว่า สิ่งที่หายไปคือ อิสระ...ใช่รึเปล่า? February 15 จุดวิกฤติของนักเวทย์ จั่วหัวด้วยความเกรียนมาแต่ไกล...(entry นี้ต้องนึกภาพประกอบนิดนึง) เคยเล่นเกมป่ะ เกมออกแนวสู้ๆ แบบโบราณๆ มันจะมีนักรบ กับนักเวทย์ให้เล่น คือเป็นคนชอบพวกเวทมนตร์มาตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกว่าถ้าเกมมันมีคาแรกเตอร์ให้เลือกแล้วมีสาย int หรือออกแนวพ่อมด หรือว่ามีเวทย์ให้ใช้ ก็จะเลือกสายนั้นอย่างไม่ลังเล เพราะมันดูเท่ห์ดี แต่เล่นทีไร อ่อน และตายเร็วมาก จนพักหลังเริ่มคิดว่า ปัญหามันเกิดที่อะไร(ว่ะ?) ประเด็นแรก ด้วยความที่สมัยก่อนเวทย์รุนแรงเกินไป เลยปรับให้เกมสมดุลด้วยการลดอะไรบางอย่าง เช่น
ประเด็นต่อมา ความไม่ fair ตัวอย่างเช่น
ปล. มันจะมีบรรดาผู้ผลิดเกมรับประเด็นนี้ไปพิจารณาปรับสมดุลมั๊ยอ่ะ? |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
No folders have been shared yet.
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|